
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2025 ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากหลังจากที่สหรัฐอเมริกาประกาศการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่ออิหร่าน ในช่วงค่ำของวันนั้น ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดในวัน ปรับขึ้นเกือบ 3% มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้มีเป้าหมายไปที่หน่วยงาน 12 แห่ง รวมถึงโรงกลั่นอิสระแห่งหนึ่งในเอเชีย และยังมีการอายัดเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านจำนวน 8 ลำ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เรือเหล่านี้เป็นของ “กองเรือเงา” ของอิหร่าน ซึ่งให้บริการน้ำมันดิบแก่โรงกลั่นเอกชน
ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศการคว่ำบาตรจำนวน 4 รอบ มีเป้าหมายเพื่อลดการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ป้องกันการให้ทุนแก่โครงการนิวเคลียร์ และสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้าย รัฐบาลสหรัฐฯ เชื่อว่าการส่งออกน้ำมันของอิหร่านเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของรัฐบาล ซึ่งการคว่ำบาตรจะทำให้อิหร่านอ่อนแอลงในเวทีเศรษฐกิจโลก
การคว่ำบาตรในครั้งนี้ได้รับปฏิกิริยาอย่างรุนแรงจากตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงกลั่นในมณฑลซานตงที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก ก่อนหน้านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการคว่ำบาตร กลุ่มท่าเรือซานตงได้ห้ามไม่ให้เรือที่อยู่ในรายชื่อของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (OFAC) จอดที่ท่าเรือของตน การคว่ำบาตรครั้งนี้ยิ่งทำให้ความตึงเครียดในการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น
การคว่ำบาตรครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันอย่างชัดเจน ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน SC ที่ปรับเพิ่มมากกว่าตลาดในยุโรปและอเมริกา แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อในตลาดอิหร่านมีจำนวนลดลง ทำให้เกิดการรบกวนในด้านอุปทานทั่วโลก ซึ่งอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อราคาน้ำมัน
เมื่อประเมินโดยรวม การคว่ำบาตรครั้งนี้อาจเพิ่มเบี้ยความเสี่ยงให้กับราคาน้ำมันในช่วง 3-5 ดอลลาร์ การที่ราคาน้ำมันจะสามารถรักษาท่าทีแข็งแกร่งได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของตลาดน้ำมันในการปรับสมดุลจากการรบกวนในด้านอุปทาน ข่าวลือที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนอย่างมาก นักลงทุนจำเป็นต้องระวังการเปลี่ยนแปลงของจังหวะในตลาด






