
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าโลก ราคาทองคำในเช้าวันที่ 5 กุมภาพันธ์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจุบัน ราคาทองคำแท่งอยู่ที่ 2841.37 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้ไต่ขึ้นถึง 2845.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สร้างสถิติใหม่เป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน นักลงทุนต่างแสวงหาทรัพย์สินที่ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ขณะที่มาตรการภาษีของจีนที่มีต่อประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้เพิ่มความตึงเครียดในตลาดเช่นกัน
Bob Haberkorn นักกลยุทธ์ตลาดจาก RJOFutures ระบุว่า แม้ว่าค่าเงินดอลลาร์จะฟื้นตัวขึ้นในสัปดาห์นี้ แต่การที่รัฐบาลทรัมป์เก็บภาษี 10% ต่อสินค้าจากจีนได้ทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เขายังกล่าวว่า ข่าวสารเกี่ยวกับภาษีเป็นจุดสนใจของตลาดในขณะนี้ และคาดว่าจะยังคงครอบงำทิศทางของตลาดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ตำแหน่งงานว่างในสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมทำสถิติลดลงมากที่สุดในรอบ 14 เดือน ข้อมูลนี้ยังทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าและสนับสนุนการพุ่งขึ้นของราคาทองคำ การที่ดอลลาร์อ่อนค่าได้ทำให้ทองคำที่คิดเป็นดอลลาร์ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น และราคาทองคำได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยนี้
นอกจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนแล้ว การข่มขู่ของรัฐบาลทรัมป์ต่อการเก็บภาษีของสหภาพยุโรปก็เป็นที่จับตามองของตลาดอย่างกว้างขวาง แม้การพูดคุยเรื่องการเก็บภาษีของ EU ยังไม่ชัดเจน แต่ความไม่แน่นอนของภาษีนี้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ผู้นำ EU ได้แสดงความวิตกกังวลต่อสถานการณ์นี้และพร้อมที่จะต่อรองอย่างหนัก
ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จากรายงานการว่างงานล่าสุดของกระทรวงแรงงานแสดงให้เห็นว่าจำนวนตำแหน่งงานว่างในเดือนธันวาคมลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาก ซึ่งสนับสนุนการพุ่งขึ้นของราคาทองคำ แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ คาดว่าจะคงนโยบายไว้เช่นเดิม แต่ตลาดก็ยังคาดหวังเรื่องลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตมากขึ้น
ด้วยความไม่แน่นอนทางการค้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มการขึ้นของราคาทองคำอาจจะยังคงต่อเนื่องต่อไป ผู้เข้าร่วมตลาดจะจับตาดูพัฒนาการที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน






