
สหรัฐฯ เพิ่มการโจมตีทางอากาศต่อฮูเซเพื่อความตึงเครียดในทะเลแดง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ Pete Hegseth กล่าวเมื่อวันที่ 16 มีนาคมว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการโจมตีกลุ่มฮูเซในเยเมนต่อไปจนกว่าพวกเขาจะหยุดโจมตีการขนส่งระหว่างประเทศ เขาเน้นว่าการรักษาเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลแดงเป็นผลประโยชน์หลักของสหรัฐฯ และกล่าวหาว่าอิหร่านสนับสนุนกลุ่มฮูเซเพื่อทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่าปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้อาจดำเนินต่อไปเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เพื่อเป้าหมายในการลดความสามารถในการโจมตีของกลุ่มฮูเซ เพนตากอนระบุว่า ในการปฏิบัติการครั้งล่าสุด กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายโดรนของกลุ่มฮูเซหลายลำและสกัดกั้นขีปนาวุธที่ตกลงในบริเวณชายฝั่งเยเมนได้สำเร็จ
ผู้นำกลุ่มฮูเซ Abdul Malik al-Houthi กล่าวในแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ว่า ตราบใดที่ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ยังคงดำเนินไป กลุ่มฮูเซจะยังคงโจมตีเรือสหรัฐฯ เขากล่าวว่าศัตรูได้โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน Truman ของสหรัฐฯ และกองเรือคุ้มกันด้วยขีปนาวุธ และโดรน แต่ไม่ได้ให้หลักฐานใด ๆ ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ปฏิเสธว่าเรือบรรทุกไม่ได้รับความเสียหาย และระบุว่าสกัดกั้นทุกเป้าหมายที่เข้ามาได้สำเร็จ
ประชาคมระหว่างประเทศแสดงความกังวลต่อการยกระดับความขัดแย้ง เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตียเรส เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทน และเตือนว่าการยกระดับทางทหารอาจเพิ่มรอบการตอบโต้และทำให้วิกฤตด้านมนุษยธรรมในท้องถิ่นรุนแรงขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ ยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดการปฏิบัติการทางทหารทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์หลุดจากการควบคุม กระทรวงสาธารณสุขของกลุ่มฮูเซระบุว่าการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 53 คน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก แต่สหรัฐฯ ยังไม่ได้ตอบโต้ข้อกล่าวหา
ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่เพียงแค่คุกคามความปลอดภัยในภูมิภาคทะเลแดงเท่านั้น แต่ยังอาจมีผลกระทบต่อการเงินโลกอีกด้วย ด้วยความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์การเมืองที่เพิ่มขึ้นอาจจะทำให้ความรู้สึกหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของตลาดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำอาจสูงขึ้น และด้วยทะเลแดงเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการขัดจังหวะการส่งน้ำมัน และทำให้ราคาน้ำมันเกิดความผันผวนที่รุนแรงขึ้น
เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ยังคงโจมตีฮูเซ สถานการณ์จึงอาจยกระดับขึ้นอีก ประชาคมระหว่างประเทศจับตามองการพัฒนาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้วิธีการทางการเมืองในการแก้ไขข้อพิพาท เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์ในภูมิภาคนี้หลุดจากการควบคุม






