
ความสัมพันธ์สหรัฐ-รัสเซียอาจผ่อนคลาย สหรัฐพิจารณาผ่อนปรนการคว่ำบาตร
ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์พยายามปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัสเซีย และเร่งแก้ไขความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาผ่อนปรนข้อจำกัดต่างๆ ที่มีต่อน้ำมันของรัสเซีย แหล่งข่าววงในระบุว่า ทำเนียบขาวได้สั่งให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังจัดทำรายชื่อการคว่ำบาตรที่อาจยกเลิกได้ โดยมีแผนจะเริ่มเจรจากับฝ่ายรัสเซียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
การเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์นี้บ่งบอกถึงความสัมพันธ์สหรัฐ-รัสเซียที่อาจผ่อนคลายลง อีกทั้งยังปูทางสู่การเจรจาทางการทูตและเศรษฐกิจในอนาคตระหว่างทั้งสองฝ่าย
ทำเนียบขาวผลักดันการผ่อนปรนข้อจำกัด มาตรการที่แน่นอนยังอยู่ในขั้นทบทวน
แหล่งข่าววงในกล่าวว่า สำนักงานคว่ำบาตรของกระทรวงการคลังสหรัฐกำลังร่างรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่อาจยกเลิกการคว่ำบาตร รวมถึงบางกลุ่มที่มีอิทธิพลในรัสเซีย แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์อาจเต็มใจที่จะยอมผ่อนปรนในบางด้านเพื่อส่งเสริมการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐหวังจะได้อะไรเป็นการตอบแทนจากรัสเซีย และยังไม่ทราบว่าการผ่อนปรนข้อจำกัดข้อใดจะเป็นข้อแรก
ตั้งแต่การระเบิดของวิกฤตยูเครน สหรัฐได้บังคับใช้ข้อจำกัดเข้มงวดหลายรายการต่อรัสเซีย โดยเฉพาะในภาคพลังงาน เพื่อจำกัดการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของตน เพื่อบั่นทอนความสามารถในการใช้จ่ายสงคราม หากสหรัฐผ่อนปรนข้อจำกัดในระบบพลังงานของรัสเซีย อาจช่วยป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่ทรัมป์เพิ่มข้อจำกัดในการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน
ทรัมป์ปรับนโยบายต่อรัสเซีย ความสัมพันธ์สหรัฐ-รัสเซียอาจมีการเปลี่ยนแปลง
ทรัมป์เคยสัญญาระหว่างการหาเสียงว่าจะแก้ไขสถานการณ์การทำสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนอย่างรวดเร็ว และหลังจากดำรงตำแหน่งแล้วได้มีการปรับนโยบายการสหรัฐต่อนโยบายรัสเซียอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ทรัมป์ได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีรัสเซีย ปูติน และมีการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐและรัสเซียในประเทศซาอุดีอาระเบียและตุรกี
เมื่อเปรียบเทียบกับนโยบายคว่ำบาตรที่เข้มงวดของรัฐบาลประธานาธิบดีไบเดนต่อรัสเซีย ท่าทีของรัฐบาลทรัมป์ดูผ่อนคลายลง แม้ว่าในเดือนมกราคมทาร์มป์จะขู่ว่า หากปูตินไม่แก้ให้จบสงครามในยูเครนโดยเจรจา เขาจะเพิ่มข้อจำกัดต่อรัสเซีย แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์เมื่อไม่นานมานี้ยอมรับอย่างเป็นทางการว่าอาจพิจารณาผ่อนปรนข้อจำกัดบางข้อ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ สก็อต เบเซนท์ เมื่อเดือนที่ผ่านมาให้สัมภาษณ์ว่า การตัดสินใจว่าจะผ่อนคลายข้อจำกัดต่อรัสเซียหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ ทรัมป์เองก็กล่าวในตอนท้ายของเดือนที่แล้วว่า "ในบางช่วงเวลา" อาจปรับนโยบายข้อจำกัดต่อรัสเซียได้
รัสเซียแสวงหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาจนำไปสู่การผ่อนปรนข้อจำกัด
ตั้งแต่ปี 2022 รัสเซียดำเนินมาตรการเพิ่มความหลากหลายทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือสงคราม รวมถึงการเพิ่มงบประมาณในการสงครามและเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตด้านอุตสาหกรรม แต่ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจรัสเซียยังคงเปราะบางอย่างเห็นได้ชัด และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้การผ่อนจำกัดจากประเทศตะวันตกเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลรัสเซียก็ได้แสดงท่าทียินดีที่จะเปิดรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ คำแถลงของเครเมลินกล่าวว่า รัสเซียมีทรัพยากรแร่ธาตุที่หายากเป็นจำนวนมาก และมีท่าทีที่ดีกับการร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการพัฒนาทรัพยากรเหล่านี้
ถ้าหากสหรัฐฯ และรัสเซียบรรลุข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รัฐบาลสหรัฐอาจต้องผ่อนปรนข้อจำกัดต่อรัสเซีย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่รัฐบาลทรัมป์พิจารณาในนโยบายในอนาคต
การเจรจาระหว่างสหรัฐ-รัสเซียอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและตลาดทั่วโลก
ถ้าหากสหรัฐฯลดข้อจำกัดต่อรัสเซียลง ส่งผลกระทบที่ลึกซึ้งต่อตลาดพลังงานและการเงินทั่วโลก การผ่อนปรนข้อจำกัดต่อภาคพลังงานของรัสเซียอาจกระทบต่อราคาน้ำมัน และการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับรัสเซียอาจลดความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ รวมทั้งมีโอกาสส่งผลต่อทิศทางของกระแสทุนทั่วโลก
นักวิเคราะห์ตลาดชี้ว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯและรัสเซียในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้จะได้รับความสนใจจากทั่วโลก การปรับกลยุทธ์ทางการทูตของสหรัฐอาจไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อตำแหน่งของวิกฤตยูเครน แต่ยังมีความสำคัญด้านต่อระเบียบเศรษฐกิจโลกและตลาดนานาชาติ






