
นับตั้งแต่การปะทุของความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นทางเลือกแรกของนักลงทุนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อสหรัฐฯ และรัสเซียจัดการเจรจาในกรุงริยาดห์ ซาอุดิอาระเบีย ข่าวเกี่ยวกับความก้าวหน้าของการเจรจาสันติภาพที่อาจเกิดขึ้นเริ่มส่งผลให้ตลาดทองคำมีความไม่แน่นอน ราคาทองปรับตัวลงครั้งแรกหลังจากขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ราคาทองคำต่ำกว่า 2,900 ดอลลาร์/ออนซ์ และลดลงอีกในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ไปอยู่ที่ 2,880 ดอลลาร์/ออนซ์ ทำให้นักลงทุนเริ่มสงสัยว่าตลาดกระทิงของทองคำมาถึงจุดสูงสุดแล้วหรือยัง
คณะผู้แทนจากสหรัฐฯ และรัสเซียตัดสินใจจัดตั้งกลุ่มเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งในยูเครน และหารือถึงความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ปกติ ความก้าวหน้าดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลว่าสงครามอาจสิ้นสุดลง เมื่อแนวโน้มข้อตกลงสันติภาพชัดเจนมากขึ้น ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงอาจลดลง มอร์แกนสแตนลีย์คาดการณ์ว่าหากข้อตกลงสันติภาพเกิดขึ้น ราคาทองคำอาจลดลงมาอยู่ที่ 2,700 ดอลลาร์/ออนซ์ก่อนสิ้นปี หรือแม้กระทั่งต่ำกว่านั้น
อย่างไรก็ตาม การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนราคาทองคำ ข้อมูลจากสภาทองคำโลกแสดงให้เห็นว่าการซื้อทองคำของธนาคารกลางยังคงเพิ่มขึ้นในปี 2023 และคาดว่าจะถึง 1,045 ตันในปี 2024 ซึ่งเกิน 1,000 ตันต่อเนื่องเป็นปีที่สาม อย่างไรก็ตาม ด้วยความก้าวหน้าของการเจรจาสันติภาพในรัสเซีย-ยูเครน ราคาทองคำจะสามารถคงทิศทางขาขึ้นได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของตลาดต่อเหตุการณ์ทางการเมือง
สำหรับนักลงทุน แม้ว่าทองคำจะมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงในระยะสั้น แต่ในระยะยาว ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์สำคัญในการต่อสู้กับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์จากโกลด์แมนแซคส์ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของทองคำในอนาคต โดยประเมินว่าภายในไตรมาสที่สองของปี 2026 ราคาทองคำอาจถึง 3,000 ดอลลาร์/ออนซ์






