
วันพฤหัสบดี (6 กุมภาพันธ์) ราคาฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐปรับลดลง 0.6% หลังจากประสบกับการซื้อขายที่ผันผวน โดยในวันเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐได้ย้ำถึงคำมั่นที่จะเพิ่มการผลิตน้ำมันของสหรัฐเพื่อลดราคาน้ำมัน ซึ่งได้จุดประกายความกังวลเกี่ยวกับการล้นตลาดน้ำมันดิบทั่วโลกอีกครั้ง
ราคาฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมีนาคมที่ตลาดนิวยอร์คลดลง 0.42 ดอลลาร์ ปิดที่ 70.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.59% การแกว่งราคานี้สะท้อนถึงปฏิกิริยาของนักลงทุนต่อคำกล่าวของทรัมป์ที่ให้คำมั่นว่า สหรัฐจะทำให้การผลิตน้ำมันแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เพื่อตอบโต้ปัญหาราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น
คำกล่าวของทรัมป์ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันที่ร่วงลงเพิ่มเติม แต่ยังเพิ่มความกังวลใจต่อการล้นตลาดน้ำมันดิบ ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม ราคาน้ำมัน WTI ได้ลดลงแล้วประมาณ 10% ซึ่งช่วงนี้ตรงกับห้าวันก่อนที่ทรัมป์จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี และในช่วงดังกล่าวนโยบายภาษีของสหรัฐต่อพันธมิตรการค้าหลักเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทำให้ความไม่แน่นอนของตลาดยิ่งถีบตัวขึ้น
ทรัมป์กล่าวว่า การผลิตน้ำมันของสหรัฐจะทวีสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบลึกล้ำต่อตลาดน้ำมันโลก ขณะที่สหรัฐกลายเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก ความคาดหวังเรื่องการเพิ่มปริมาณน้ำมันต่อเนื่องนี้ทำให้ราคาน้ำมันอยู่ภายใต้แรงกดดัน
แม้ทรัมป์จะยืนยันคำกล่าวอย่างหนักแน่น แต่ผู้เข้าร่วมตลาดยังคงระมัดระวังว่ามาตรการนี้จะสามารถผลักดันให้ราคาน้ำมันลดลงได้จริงหรือไม่ นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดน้ำมันโลกยังคงเผชิญปัจจัยความไม่แน่นอนจำนวนมาก ซึ่งรวมทั้งต้นทุนการผลิตภายในประเทศสหรัฐ ความต้องการในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลง และกลยุทธ์การผลิตของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลสำคัญต่อแนวโน้มราคาน้ำมัน
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ตลาดจะยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงด้านการผลิตน้ำมันของสหรัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าราคาน้ำมันจะสามารถกลับมาเพิ่มขึ้นได้ในอนาคตหรือไม่






