
วันพุธ ราคาทองคำพุ่งขึ้นเล็กน้อย กลับมาทรงตัวที่ 2,925.05 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขึ้นจากจุดต่ำสุดในรอบสัปดาห์ที่แตะในวันก่อนหน้า แผนการเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์ล่าสุดทำให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการค้าระหว่างประเทศ จึงกระตุ้นความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ณ เวลา 9:24 ตามเวลาไทย ราคาทองคำขึ้น 0.3% การฟื้นตัวของราคาทองคำในครั้งนี้มีสาเหตุหลักจากการที่ทรัมป์เร่งดำเนินการในด้านการค้าด้วยการสั่งให้มีการสอบสวนการนำเข้าทองแดงตามมาตรา 232 และวางแผนเรียกเก็บภาษีศุลกากรใหม่ เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมทองแดงในสหรัฐฯ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ทางทหาร และระบบสายไฟฟ้า โลกาตลาดวิตกวลหนักเพิ่มขึ้นอีก ผลักดันราคาทองคำให้สูงขึ้น
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีศุลกากรเริ่มกระทบต่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยข้อมูลระบุว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอเมริกันลดลงอย่างมากในกุมภาพันธ์ ด้วยอัตราที่เร็วที่สุดในรอบสามปีครึ่ง ทันทีที่ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ทอม บาร์กิน กล่าวว่าการปรับนโยบายการเงินอย่างหนักท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนนั้นยากขึ้น แรงกดดันเงินเฟ้ออาจบีบบังคับให้ธนาคารกลางต้องคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้ ซึ่งจะลดแรงดึงดูดของทองคำในฐานะสินทรัพย์ไม่มีดอกเบี้ย
นโยบายภาษีศุลกากรที่ทรัมป์เสนอก่อให้เกิดความเครียดในตลาด กระตุ้นความต้องการทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำในวันจันทร์ที่ผ่านมาแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 2,956.15 ดอลลาร์ การขึ้นของราคาทองคำในครั้งนี้สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนต่อการขยายสงครามการค้าระหว่างประเทศและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ข้อมูลจากรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงระบุว่า การส่งออกทองคำไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ในเดือนมกราคมอยู่ที่ 13.816 ตัน ซึ่งลดต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 25.007 ตัน ชี้ให้เห็นว่าความต้องการทองคำในตลาดมีการผันผวน
ในสภาวะเช่นนี้ ตลาดทองคำจะยังคงได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจทั่วโลก นักลงทุนต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนข้างหน้า






