
เช้าวันที่ 3 เมษายน ราคาทองคำยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สร้างสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลา 07:50 ตามเวลาปักกิ่ง ราคาทองคำพุ่งขึ้นสูงถึง 3165.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากการประกาศนโยบายภาษีศุลกากรรอบใหม่ของทรัมป์ ทรัมป์เมื่อวันที่ 2 เมษายนกล่าวว่าเขาจะเก็บภาษีศุลกากรเบื้องต้น 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดในสหรัฐ และเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้นสำหรับคู่ค้าหลักบางราย สิ่งนี้เพิ่มความตึงเครียดทางการค้าโลกและกระตุ้นความรู้สึกด้านการหลบภัยของตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในคำพูดของทรัมป์ที่สวนกุหลาบทำเนียบขาว เขาได้แสดงอัตราภาษี "เท่าเทียมกัน" ที่จะเก็บจากหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเก็บภาษี 34% จากมหาอำนาจเอเชีย และเก็บภาษี 20% จากสหภาพยุโรป คำพูดเหล่านี้ทำให้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมุมมองเศรษฐกิจโลกของนักลงทุนลึกซึ้งยิ่งขึ้น ส่งผลให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเพิ่มขึ้นมาก ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 0.58% ตั้งแต่วันพุธที่แล้ว ปิดที่ 3132.04 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสร้างสถิติสูงสุดใหม่ในวันที่ 3 เมษายน
เมื่อนโยบายภาษีของทรัมป์ถูกประกาศ ความต้องการหลบภัยพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทองคำกลายเป็นตัวเลือกหลักของนักลงทุน การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำสะท้อนความกังวลของตลาดเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐเก็บภาษีศุลกากรจากคู่ค้าหลายราย ความเสี่ยงของเศรษฐกิจถดถอยจึงเพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนหันหาสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ก็ได้รับผลกระทบ ค่าเงินเทียบเยนและฟรังก์สวิสสร้างสถิติใหม่ต่ำสุดในรอบสามและสองสัปดาห์ตามลำดับ ความรู้สึกของตลาดยังคงมีความผันผวน การซื้อขายล่วงหน้าที่ตลาดหุ้นลดลงอย่างมากในบางช่วง นักลงทุนจำนวนมากหันไปสู่สินทรัพย์หลบภัยอย่างทองคำ
แผนภาษีของทรัมป์ไม่เพียงแค่เพิ่มความตึงเครียดของสงครามการค้าเท่านั้น แต่ยังทำให้การคาดการณ์ของตลาดการเงินมีความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น ทองคำในฐานะสินทรัพย์หลบภัยแบบดั้งเดิมได้รับความนิยมจากตลาด ราคาจึงสร้างสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง เมื่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น คาดว่าราคาทองคำน่าจะยังคงได้รับการสนับสนุนจากความต้องการหลบภัย และมีแนวโน้มจะคงการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่งในระยะสั้น






