
ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 เมษายน ตามเวลาในประเทศจีน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาประกาศแผนกำหนด "ภาษีเท่าเทียมกัน" อย่างเป็นทางการ การตัดสินใจนี้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด และทำให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง การเพิ่มภาษีของสหรัฐฯ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมาก ด้วยข่าวนี้ทำให้ฟิวเจอร์สและราคาสินค้าโภคภัณฑ์เช่น ทองแดงของสหรัฐฯ ตกลงทันที โดยมีการลดลงใกล้ 5% ราคาน้ำมันดิบก็เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงเช่นกัน โดยลดลงมากกว่า 2 ดอลลาร์ในระยะเวลาอันสั้น ในขณะที่ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันได้ฟื้นตัวขึ้นจากแรงขับเคลื่อนทางการเมืองก่อนหน้านี้ แต่การดำเนินการของนโยบายภาษีนี้ได้กระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด เพิ่มความไม่แน่นอนในด้านความต้องการน้ำมันดิบ
นโยบายภาษีของทรัมป์ย่อมเพิ่มความเสี่ยงของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดน้ำมันดิบเผชิญแรงกดดันจากการลดลงของความต้องการ นักลงทุนได้ประเมินแนวโน้มตลาดใหม่อีกครั้ง ทำให้ราคาน้ำมันลดลงจากส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยทางการเมืองในวันจันทร์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์รายงานว่าการเก็บภาษีที่สูงขึ้นของสหรัฐฯ อาจเพิ่มความเสี่ยงของการชะงักงันทางเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทิศทางราคาน้ำมันและทำให้ความเสี่ยงของนักลงทุนลดลงอย่างรวดเร็ว
รายงานของสำนักงานพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ตอนบ่ายแสดงว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 440 ล้านบาร์เรล โดยเพิ่มขึ้น 6.165 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมาก สิ่งนี้แสดงถึงการเข้าสู่ช่วงการสะสมสต็อกน้ำมันในตลาดสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบ และระดับสต็อกทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบหนึ่งปี ความกังวลต่อตลาดที่อ่อนแอเพิ่มขึ้น ทำให้แรงจูงใจในการเพิ่มราคาน้ำมันชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
พร้อมกันนี้ การประชุมของกลุ่มโอเปก+ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้รับความสนใจจากตลาดเช่นกัน โดยคาดว่าองค์กรจะประเมินการเปลี่ยนแปลงล่าสุดในตลาดน้ำมันทั่วโลก และตัดสินใจเกี่ยวกับกลยุทธ์การจัดการการผลิตของตน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจมีผลกระทบเพิ่มเติมต่อตลาดและเพิ่มความเสี่ยงในความผันผวนของราคาน้ำมัน
สรุปแล้ว การประกาศนโยบายภาษีของทรัมป์เพิ่มโอกาสที่ราคาน้ำมันจะผันผวนและลดลงอย่างมาก ตลาดอาจเผชิญกับความผันผวนที่สูงขึ้นในระยะสั้น นักลงทุนควรระวังความเสี่ยงของตลาด และใช้มาตรการควบคุมความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการซื้อขายที่มีความเสี่ยงสูง ในสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ราคาน้ำมันยังคงมีโอกาสเกิดความผันผวนสูง นักลงทุนจึงควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจและสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด






