
ดัชนีสำคัญในตลาดหุ้นสหรัฐผันผวน
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่ชัดเจน ดัชนี Nasdaq ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.13% ปิดที่ 22,900.59 จุด โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลงเล็กน้อย 0.05% ปิดที่ 6,734.11 จุด และดัชนี Dow Jones ลดลงมากที่สุด 0.65% ปิดที่ 47,147.48 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากการลดลงของหุ้น UnitedHealth Group และ Visa
ในบางช่วงระหว่างวัน ทั้งสามดัชนีลดลงกว่า 1% เนื่องจากบรรยากาศตลาดไม่ดีเท่าที่ควร นักเทรดระบุว่าแม้ว่าจะมีแรงซื้อหนุนดัชนี Nasdaq ในช่วงท้ายตลาด แต่ความเชื่อมั่นโดยรวมยังคงไม่เพียงพอ
การคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง เงินทุนอย่างระมัดระวัง
ความผันผวนหลักในตลาดมาจากการเปลี่ยนแปลงในการคาดการณ์นโยบายของ Federal Reserve ดัชนีเงินเฟ้อหลายรายการล่าสุดแสดงให้เห็นถึงแรงกดดันในราคา ทำให้ความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมลดลงอย่างชัดเจน ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่าความเป็นไปได้ลดลงจาก 67% เหลือไม่ถึง 50%
การพูดของประธานธนาคารกลางสาขา Kansas City นาย Schmidt ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นตลาดลดลง เขาย้ำว่า Fed "จะไม่ผ่อนคลาย" ในการจัดการปัญหาเงินเฟ้อ และบอกใบ้ว่าเจ้าหน้าที่นโยบายมีแนวโน้มที่จะคงนโยบายเข้มงวดไว้ ความคิดเห็นนี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่า Fed อาจจะชะลอช่วงเวลาการลดอัตราดอกเบี้ยหรือคงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น
นักวิเคราะห์มองว่าการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะยังคงจำกัดการฟื้นตัวของตลาดหุ้น โดยเฉพาะในหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูง ซึ่งอาจเป็นแหล่งที่มาหลักของความผันผวนในตลาดระยะสั้น
รายงานผลประกอบการของ Nvidia เป็นจุดโฟกัสในตลาด
ตอนนี้ตลาดได้หันไปสนใจรายงานผลประกอบการรายไตรมาสของ Nvidia ที่กำลังจะประกาศ บริษัทนี้ถูกมองว่าเป็นเกณฑ์วัดสำหรับกระแสของปัญญาประดิษฐ์ และผลประกอบการของมันไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แต่ยังถูกมองว่าเป็นสิ่งทดลองสำหรับประเมินศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องของอุตสาหกรรม AI ทั้งหมด
นักวิเคราะห์เชื่อว่า หากรายได้และกำไรของ Nvidia ในไตรมาสนี้เกินความคาดหมาย จะกระตุ้นความเชื่อมั่นของตลาดในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI และอาจเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มเทคโนโลยีเด้งกลับอีกครั้ง ในทางกลับกัน ถ้ารายงานผลประกอบการไม่เป็นไปตามคาดหมายของตลาด ก็อาจจะกระตุ้นการดึงกำไรในระยะสั้น เพิ่มความผันผวนในดัชนี
ทีมวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ตระหนักว่า "AI ยังคงเป็นเครื่องยนต์สร้างบรรยากาศให้กับตลาด แม้ว่าอัตราการเติบโตของ Nvidia จะชะลอลงเพียงชั่วคราว นักลงทุนอาจกลับเข้าตลาดอย่างรวดเร็วหลังจากที่ราคาลดลง"
การขาดข้อมูลเศรษฐกิจทำให้มีความยากลำบากในการประเมินนโยบาย
นอกเหนือจากปัจจัยนโยบายและรายงานผลประกอบการของบริษัท นักลงทุนบางส่วนยังคาดกังวลเกี่ยวกับการหยุดทำงานของรัฐบาลสหรัฐ ที่อาจทำให้ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญๆ ขาดหายไปอย่างถาวร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินภาวะเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะดัชนีการจ้างงานนอกภาคเกษตรและ CPI สำหรับเดือนตุลาคมยังไม่ได้รับการเผยแพร่ ทำให้ตลาดขาดสัญญาณทิศทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน
นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่า "หาก Fed ไม่สามารถรับข้อมูลที่ครบถ้วนได้ก่อนการตัดสินใจ พวกเขาจะมีแนวโน้มที่จะคงระดับอัตราดอกเบี้ยเดิม สถานการณ์แบบนี้เพิ่มความไม่แน่นอนในตลาด และทำให้นักลงทุนยากที่จะสร้างความคาดหวังที่ร่วมกัน"
สรุป
โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นสหรัฐในสถานการณ์ที่มีมูลค่าสูงและความไม่แน่นอนของนโยบายร่วมอยู่ ความผันผวนระยะสั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ กลุ่มเทคโนโลยียังคงเป็นแกนหลักที่สนับสนุนตลาด แต่การไหลเวียนของเงินทุนเริ่มแสดงความระมัดระวัง เนื่องจากการประกาศผลประกอบการของ Nvidia และการประชุม Fed ที่ใกล้เข้ามา ความสนใจของนักลงทุนจะเปลี่ยนจากบรรยากาศเช่นนี้ไปสู่การยืนยันพื้นฐานพื้นฐานของตลาด หุ้นอเมริกาอาจเข้าสู่ขั้นตอนใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล






