
ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ตามเวลาในปักกิ่ง ราคาน้ำมันดิบระหว่างประเทศปิดบวกในวันพุธ เนื่องจากตลาดกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบจากรัสเซียและสหรัฐฯ ราคาน้ำมันคงอยู่ใกล้จุดสูงสุดในรอบสัปดาห์ ตลาดกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคว่ำบาตรรัสเซีย และฝ่ายสหรัฐฯ ก็กำลังผลักดันให้มีการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน สร้างความตึงเครียดให้กับตลาด
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์กสำหรับการส่งมอบในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.4 ดอลลาร์ หรือประมาณ 0.56% ปิดที่ 72.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ที่ตลาดยุโรปสำหรับการส่งมอบในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.2 ดอลลาร์ หรือประมาณ 0.26% ปิดที่ 76.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งทั้งสองราคาข้างต้นถือเป็นราคาปิดสูงสุดตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา
Aldo Spanjer นักกลยุทธ์ทางด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของธนาคาร BNP Paribas ชี้ให้เห็นว่าตลาดในปัจจุบันกำลังพยายามประเมินปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสามด้าน ได้แก่ รัสเซีย อิหร่าน และโอเปก นักลงทุนเฝ้าติดตามความแตกต่างระหว่างการคว่ำบาตรที่ประกาศกับที่บังคับใช้จริง โดยเฉพาะผลกระทบต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก
นอกจากนี้ ตลาดเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มการส่งออกน้ำมันของรัสเซียและอิหร่าน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายการผลิตของโอเปก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ตลาดยังคงรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการห้ามใช้น้ำมันรัสเซียและมาตรการคว่ำบาตร โดยเฉพาะว่าประเทศในสหรัฐฯ และยุโรปจะเพิ่มข้อจำกัดในการส่งออกพลังงานของรัสเซียมากเพียงใด
โดยรวมแล้ว ตลาดน้ำมันดิบยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง ความเสี่ยงในการหยุดชะงักของอุปทานยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน






