
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ขาดทุนจากการดำเนินงาน 76,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ซึ่งถือเป็นปีที่สองติดต่อกันที่เกิดการขาดทุนสูง ในปี 2023 ธนาคารกลางขาดทุน 114,500 ล้านดอลลาร์ รวมสองปีแล้วขาดทุนถึง 192,100 ล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักของการขาดทุนมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ นำมาใช้ในปี 2020 และ 2021 เพื่อตอบสนองต่อการระบาดของโควิด-19 และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างมากในปี 2022 และ 2023 เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อสูง โดยอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานขยับจากเกือบศูนย์ไปอยู่ที่ 5.25%~5.5%
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ในฐานะองค์กรที่จัดหาทุนด้วยตนเอง มักอาศัยผลตอบแทนจากหลักทรัพย์เพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งส่วนเกินที่มีจะถูกส่งคืนให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในปี 2012 ถึง 2021 ธนาคารกลางได้ส่งเงินคืนให้กระทรวงการคลังไปแล้วกว่า 870,000 ล้านดอลลาร์ โดยในปี 2021 ได้ส่งคืน 109,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2022 ทางธนาคารกลางได้มีการจัดตั้งบัญชี "สินทรัพย์รอการตัดบัญชี" โดยจะใช้ส่วนเกินเพื่อชำระสินทรัพย์รอการตัดบัญชีก่อนแล้วจึงส่งคืนให้กระทรวงการคลัง ในเก้าเดือนแรกของปี 2022 ธนาคารกลางส่งคืนกำไร 76,000 ล้านดอลลาร์ แต่อย่างไรก็ตามตั้งแต่เดือนกันยายนเริ่มขาดทุน และสิ้นปีมีการบันทึกว่ามีสินทรัพย์รอการตัดบัญชี 16,600 ล้านดอลลาร์
เข้าสู่ปี 2023 สินทรัพย์รอการตัดบัญชียังคงเพิ่มขึ้นถึง 133,000 ล้านดอลลาร์ และคาดการณ์ว่าในปี 2024 ตัวเลขนี้จะเติบโตต่อไปจนถึงเกือบ 216,000 ล้านดอลลาร์






