
ในวันที่ 27 ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายทรัมป์ ได้จัดการประชุมกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายสเตอร์มเมอร์ที่มาเยี่ยมเยือน โดยทรัมป์ได้กล่าวถึงข้อตกลงด้านแร่ธาตุระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครนที่กำลังจะลงนามกับประธานาธิบดียูเครน นายเซเลนสกี และกล่าวว่าข้อตกลงนี้จะทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นพันธมิตรที่สำคัญของยูเครนในการพัฒนาแร่ธาตุ แร่หายาก น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติ ทรัมป์เน้นย้ำว่าข้อตกลงนี้จะนำผลตอบแทนที่มีประสิทธิภาพให้แก่ผู้เสียภาษีของสหรัฐฯ และเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ในอนาคตระหว่างสองประเทศ ทรัมป์ยังเผยว่าสหรัฐฯ จะมีการพบปะกับเซเลนสกีในเวลา 11 โมงตามเวลาตะวันออก เพื่อส่งเสริมความร่วมมือมากขึ้น
เมื่อกล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ทรัมป์กล่าวว่าข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งนั้นเป็นไปได้ แต่ต้องบรรลุได้อย่างรวดเร็ว มิฉะนั้นจะเสี่ยงต่อความล้มเหลว เขาได้กล่าวว่า "ถ้าข้อตกลงสันติภาพไม่สามารถบรรลุได้ในระยะเวลาสั้น มันอาจจะไม่มีวันเกิดขึ้น" ทรัมป์ยังเน้นว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนเป็นข้อพิสูจน์ถึงความสำคัญของการเสริมสร้างการลงทุนด้านการป้องกันประเทศของชาติต่างๆ ใน NATO และสนับสนุนข้อกำหนดของข้อ 5 ของสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือที่ระบุว่าการโจมตีประเทศสมาชิกหนึ่งจะถือว่าเป็นการโจมตีทั้งพันธมิตร
เกี่ยวกับประเด็นยูเครน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายสเตอร์มเมอร์ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้เจรจาแผนสันติภาพที่ "แข็งแกร่งและยุติธรรม" สำหรับยูเครน โดยอังกฤษเตรียมที่จะส่งกำลังภาคพื้นดินและเครื่องบินสนับสนุนเพื่อให้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ ยืนยันชัดเจนว่าต้องชนะสันติภาพของยูเครนให้ได้
นอกจากนี้ ทรัมป์และสเตอร์มเมอร์ยังได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และอังกฤษ ทรัมป์กล่าวว่าทั้งสองประเทศกำลังเจรจาข้อตกลงการค้าแบบทวิภาคี และคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายในเร็วๆ นี้ สเตอร์มเมอร์ได้กล่าวถึงการวางแผนจัดทำข้อตกลงเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเน้นที่เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มความลึกซึ้งของความสัมพันธ์ทางการค้า เมื่อกล่าวถึงการข่มขู่ของทรัมป์ในการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มกับอังกฤษ ทรัมป์ตอบว่าหากทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าได้ก็ ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มกับอังกฤษ






