
ในวันพฤหัสบดี ค่าเงินเอเชียจำนวนมากและค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างมาก เนื่องจากทรัมป์ประกาศเปลี่ยนแปลงพิกัดภาษีการค้าครั้งใหญ่ นโยบายภาษีของทรัมป์ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยงในตลาด ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย เยนญี่ปุ่นเป็นข้อยกเว้น เนื่องจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เยนจึงแข็งค่าขึ้นอย่างมาก อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/เยนร่วงลงจนถึงระดับต่ำสุดในรอบสามสัปดาห์ ลดลง 1.2%
ในบรรดาเงินตราเอเชียทั้งหมด เงินหยวนจีนอ่อนค่ามากที่สุด เมื่อมีการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าใหม่ของทรัมป์ หยวนจึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/หยวนเพิ่มขึ้น 0.4% ทะลุระดับ 7.3 เปอร์เซ็นต์ ภาษีใหม่ของทรัมป์ทำให้ภาษีรวมของสินค้านำเข้าจากจีนถึง 54% เข้าใกล้คำมั่นสัญญาภาษี 60% ที่เคยกล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกมองว่าเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น แม้ว่าหลังจากที่เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวจากภาวะซึมเศร้าในช่วงสามปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมีแรงกดดันทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ เข้ามา
ในสหรัฐอเมริกา ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง แม้แต่นโยบายอนุรักษ์นิยมของทรัมป์จะเป็นบวกในระยะยาว แต่ตลาดยังคงคาดหวังถึงภาวะถดถอยในสหรัฐอเมริกาและการผ่อนคลายทางการเงินที่เป็นไปได้ จึงทำให้เกิดแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ นักวิเคราะห์จาก Wells Fargo คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจมีมาตรการผ่อนคลายทางการเงินในช่วงกลางปี 2025 ถึง 2026 แม้การขึ้นดอกเบี้ยจะถูกเลื่อนออกไป
มาตรการภาษีของทรัมป์ส่งผลกระทบต่อการค้าโลก ทำให้ค่าเงินเอเชียหลายสกุลลดลง ค่าเงินวอนของเกาหลีและรูปีของอินเดียแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ 0.3% และ 0.1% ตามลำดับ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียลดลง 0.4% แม้จะมีการเรียกเก็บภาษีเพียง 10% ต่อออสเตรเลีย การลดลงของค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียจึงมีขอบเขตจำกัด ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าดุลการค้าในเดือนกุมภาพันธ์ของออสเตรเลียลดลงถึงจุดต่ำสุดในรอบห้าปี ความผันผวนทางการค้าระหว่างประเทศมีความเชื่อมโยงกับนโยบายภาษีของทรัมป์อย่างมาก
ในด้านตรงกันข้าม ค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์/ดอลลาร์สิงคโปร์ลดลง 0.3% โดยรวมแล้ว การตอบสนองของตลาดต่อนโยบายภาษีของทรัมป์ทำให้ตลาดเงินตราทั่วโลกเกิดความผันผวนครั้งใหญ่ ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก






